• ข่าวทั้งหมด
    26821
  • views ทั้งหมด
    1366002
  • guru ทั้งหมด
    121
สุดดราม่า!(อีกแล้ว) สิงห์ ดวลเป้า คว่ำ พี่เสือ คาถิ่น คว้าแชมป์ UCLครั้งแรก

ดิดิเยร์ ดร็อกบา หัวหอกตัวเก๋า ของ "สิงห์บลู" เชลซี สวมบทฮีโร่ตัวจริง ซัดจุดโทษคนสุดท้าย พาทีมเอาชนะจุดโทษ บาเยิร์น มิวนิค ไปได้ 4-3 หลังเสมอในเวลา 1-1 ส่งให้ "สิงห์บลูส์" คว้าแชมป์ยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา

         ฟุตบอล ยูฟา แชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ 

         บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี) 1-1 เชลซี (อังกฤษ)

         (เชลซี ชนะจุดโทษ 4-3)

       เกมนัดชิงชนะเลิศถ้วย "บิ๊กเอียร์" ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีนา เป็นการพบกันระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค เจ้าของสนาม และ เชลซี โดยเกมนี้ทั้งสองทีมต้องปรับทัพกันหลายจุด เนื่องจากมีผู้เล่นติดโทษแบน "เสือใต้" ยังมีแนวรุกอย่าง ฟรองค์ ริเบรี, อาร์เยน ร็อบเบน และ มาริโอ โกเมซ นำทัพล่าประตู ด้าน "สิงห์บลูส์" มี แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฆวน มาตา และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ดาวยิงตัวเก๋าเป็นตัวชูโรง

ฟร้องค์ ริเบรี่ ดวลกับ โชเซ่ โบซิงวา ตลอดเกมอย่างดุเดือด

       เริ่มเกมมา 4 นาที "เสือใต้" ออกสตาร์ทได้น่ากลัว บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ได้บอลกลางสนามลากขึ้นมาส่องไกลจากระยะ 25 หลา ติดบล็อกออกหลังไป ผ่าน 12 นาที บาเยิร์น มาได้ลุ้นอีกครั้ง ริเบรี เปิดโค้งจากด้านซ้ายเป็น โกเมซ โฉบโหม่งได้ก่อนแต่บอลยังข้ามคานออกไปอีก เชลซี เกือบเสียประตูอีกครั้ง ร็อบเบน หลุดเข้ามาซัดด้วยซ้ายแต่ ปีเตอร์ เช็ก ยังเซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

ช็อตลุ้นประตูของ กองหน้าตัวเก่งเสือใต้ มาริโอ โกเมซ เกือบทำประตูขึันนำตั้งแต่ต้นเกม

       ดำเนินถึง 25 นาที บาเยิร์น ครองเกมไว้ทั้งหมดและเป็นฝ่ายพับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียว โอกาสแรกของ เชลซี ต้องรอถึงนาที 33 แกรี เคฮิลล์ เติมขึ้นมาช่วยให้ทีมได้ฟรีคิก และเป็น มาตา ปั่นด้วยซ้ายข้ามคานออกไป จากนั้นน่าจะเป็น "เสือใต้" ได้เฮ คอนเทนโต เติมขึ้นสูงเปิดเข้ากลางมาให้ โธมัส มุลเลอร์ วอลเลย์ ด้วยซ้ายบอลลุดกรอบนิดเดียว

       นาที 37 "สิงห์บลูส์" ทำให้ มานูเอล นอยเออร์ ต้องออกแรงเซฟบ้าง แลมพาร์ด จ่ายต่อให้ กาลู แปเน้นๆ กะเล่นที่เสาแรก ทว่านายประตูเยอรมนียืนปิดมุมไว้อยู่แล้ว ท้ายครึ่งแรก บาเยิร์น โต้กลับเร็วขึ้นมาบอลทะลุเข้าเขตโทษเลยมาถึง โกเมซ ดึงหลอก 1 จังหวะ ก่อนซัดด้วยซ้ายข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก เชลซีเป็นรองแต่ยังเสมอกันอยู่ 0-0

       กลับมาเล่นในครึ่งหลังไม่ถึง 3 นาที บาเยิร์น ลุยใส่หนัก โทนี โครส ซัดจากนอกกรอบบอลไปตรง ลุยซ์ โหม่งทิ้งออกหลังไปได้ จากนั้นเกมเปิดแลกกันสนุก นาที 53 โคล สกัดไปเข้าทาง ริเบรี ส่งบอลเข้าประตูไปได้ ทว่าไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อน นาที 60 ร็อบเบน ได้ซัดเต็มๆ แถวจุดโทษ แต่ แอชลีย์ โคล ปรี่เข้าบล็อกได้อีกหน

ลูกโหม่งของ โธมัส มุลเลอร์ ทำให้บาเยิร์น ขึ้นนำในช่วงท้ายเกม 1-0 แชมป์แค่เอื้อม...

       เกมเป็นของ "เสือใต้" และนาที 82 แฟน บาเยิร์น ได้เฮกันลั่น ริเบรี โยนโค้งมาเสาสองเป็น มุลเลอร์ เติมขึ้นมาโขกกดลงพื้นบอลกระดอนเสยคานเข้าไปชนิด เช็ก ลอยปัดไม่ทัน ส่งให้ทีมขึ้นนำ 1-0

ช็อตยิงประตูตีเสมอ 1-1 ของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา กองหน้าตัวทีเด็ดช่วยทีมให้มีลุ้นต่อ

       เชลซีไม่มีทางเลือก ต้องเปิดเกมบุกและก็มาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะโขกลูกเตะมุมของ ดร็อกบา ในนาที 89 ไล่ตีเสมอเป็น 1-1 และหมด 90 นาทีไปด้วยสกอร์นี้ ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที

       ช่วงต่อเวลาพิเศษ  

       บาเยิร์น มิวนิค มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ดร็อกบา ไปเข้าด้านหลัง ริเบรี และเป็น ร็อบเบน รับหน้าที่สังหาร แต่ ปีเตอร์ เช็ก พุ่งไปถูกทางเซฟไว้ได้เหลือเชื่อ จากนั้นเกม "เสือใต้" ช็อตไปดื้อๆ ทำให้ "สิงห์บลูส์" เริ่มกลับมาครองบอลได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูกันได้ต้องลุ้นต่ออีก 15 นาที

       ช่วงครึ่งหลังของช่วงต่อเวลา ลาห์ม หยอดไปถึงโอลิช ตัวสำรอง แตะกลับมาให้ ฟาน บุย เต็น แต่เข้าชาร์ตไม่ถึงบอลผ่านเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย "เสือใต้" เดินเครื่องบุกอีกครั้ง อาศัยการทำเกมของ ร็อบเบน ทางฝั่งขวา แต่ยังคล้ำเป้าไม่เจอเหมือนเก่า กระทั่งหมดเวลาต้องดวลจุดโทษตัดสินหาผู้ชนะ 

       ผลการดวลจุดโทษ

       บาเยิร์น มิวนิค 1 - 0 เชลซี (ลาห์มยิงเข้า) 

       บาเยิร์น มิวนิค 1 - 0 เชลซี (มาต้าพลาด)** 

       บาเยิร์น มิวนิค 2 - 0 เชลซี (โกเมซยิงเข้า) 

       บาเยิร์น มิวนิค 2 - 1 เชลซี (ลูอีซยิงเข้า) 

       บาเยิร์น มิวนิค 3 - 1 เชลซี (นอยเออร์ยิงเข้า) 

       บาเยิร์น มิวนิค 3 - 2 เชลซี (แลมพาร์ดยิงเข้า) 

       บาเยิร์น มิวนิค 3 - 2 เชลซี (โอลิชยิงพลาด)** 

       บาเยิร์น มิวนิค 3 - 3 เชลซี (โคลยิงเข้า)  

       บาเยิร์น มิวนิค 3 - 3 เชลซี (ชไวน์สไตเกอร์ยิงพลาด)**

       บาเยิร์น มิวนิค 3 - 4 เชลซี (ดร็อกบายิงเข้า) 

ช็อตเฮกันสุดเหวี่ยง หลังจากจุดโทษตัดสินของดร็อกบา พาทีมเป็นแชมป์ UCL

"สิงห์บลู" เชลซี เป็นแชมป์ยุโรป "ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก" สมัยแรก เป็นประวัติศาสตร์สโมสร

         รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

         บาเยิร์น มิวนิค : มานูเอล นอยเออร์, อนาโตลี ทีโมชุค, เฌอโรม บัวเต็ง, ดีเอโก คอนเทนโต, ฟิลิปป์ ลาห์ม, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, โธมัส มุลเลอร์, ฟรองค์ ริเบรี, อาร์เยน ร็อบเบน, มาริโอ โกเมซ, โทนี โครส

         เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก, ดาวิด ลุยซ์, แกรี เคฮิลล์, แอชลีย์ โคล, โชเซ โบซิงวา, จอห์น โอบี มิเกล, ไรอัน เบิร์ตทรานด์, ซาโลมง กาลู, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฆวน มาตา, ดิดิเยร์ ดร็อกบา


เรียบเรียงข้อมูลจาก ASTV ออนไลน์

20.05.12

06.05

  จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
guRu Books คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร    
guRu Food & Health   คุณพล ตัณฑเสถียร     คุณพล ตัณฑเสถียร    
guRu Movie     คุณยุทธนา งามเลิศ        
guRu Music  
คุณนรเศรษฐ หมัดคง        
guRu News   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์ คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์
guRu Shopping คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา
guRu Sport คุณนิหน่า   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์     คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์  
คุณป๋อง กพล
guRu Travel   คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์   คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์ คุณชวิดา วาทินชัย คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์  
View 1227


Comments