-
ข่าวทั้งหมด26864
-
views ทั้งหมด1368458
-
guru ทั้งหมด121
คอลัมน์ Dj Seed Selection
ตอน Kasabian อัลบั้ม Velociraptor
โดย ดีเจซี้ด นรเศรษฐ หมัดคง

ศิลปิน Kasabian
อัลบั้ม Velociraptor
สังกัด Sony
คำว่า ‘ Madchester Sound ’ เป็นคำจัดความที่ใช้เรียกดนตรีที่มาจากเมือง Manchester เมืองท่าสำคัญอีกเมืองหนึ่งของประเทศอังกฤษ ซึ่งมีทีมฟุตบอลชื่อดัง 2 ทีม คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร เป็นโลโก้ใหญ่ของเมือง จึงทำให้กลบอีกโลโก้ที่มีทั้งชื่อเสียงความยอดเยี่ยมของสไตล์ดนตรีอินดี้ร็อคที่มีชื่อว่า ‘ Baggy ’ ไปเกือบหมด ยกเว้นแฟนเพลงพันธุ์แท้ของดนตรีสไตล์นี้เท่านั้น ที่ยังคงหลงใหลและหลงรักมิเสื่อมคลาย แม้โลกดนตรีในวันนี้จะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าไปจากเดิมเกือบสิ้นเชิงแล้วก็ตาม เนื่องจากดนตรีสไตล์นี้มีเสน่ห์และความแตกต่างจากดนตรีสไตล์อื่นตรงที่ มีโครงสร้างเป็นดนตรีอินดี้ร็อค(ซึ่งไม่ยึดติดอยู่กับดนตรีร็อคเมนสตรีมทั่วไป) ที่สามารถกระชากตัวคุณให้ลุกขึ้นมาเต้นรำได้ไม่แพ้ดนตรีเต้นรำทั่วไป ท่วงทำนองยังคงอยู่บนมาตรฐานของดนตรีบริทพ๊อพที่คุณคุ้นเคย ซาวน์ดโดยรวมของดนตรีสไตล์นี้จึง ถูกอกถูกใจถูกจริตคอเพลงอินดี้ร็อคและขาด๊านซ์ได้ในคราเดียวกัน นักวิจารณ์บางคนจึงเรียกดนตรีสไตล์นี้ว่า ‘ Indy Dance ’ แต่คำว่า ‘ Baggy ’ ที่นิยมใช้เรียกกันอีกชื่อนั้น มาจาก การแต่งตัวของศิลปินนักดนตรีที่ส่วนใหญ่เป็นชาวเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งชอบใส่กางเกงขายาวรัดรูปที่มีปลายขาบานแต่พอดี(ไม่มากเหมือนแฟชั่นยุค 70s) กับ เสื้อเชิ๊ตแขนยาวหลากสีสันแต่ปล่อยชายเสื้อไว้นอกเอวและสุดปลายแขนเสื้อให้ลุ่ยๆไว้โดยไม่ติดกระดุม กางเกงที่พวกเขาใส่นั้น วงการแฟชั่นเขาเรียกว่าทรง Baggy นักวิจารณ์ดนตรีจึงเรียกสไตล์ดนตรีของศิลปินเหล่านี้ว่า Baggy ตามทรงกางเกงที่ศิลปินกลุ่มนี้นิยมใส่กัน ส่วน Madchester Sound นั้น เป็นคำเรียกโดยรวมของวงการเพลงที่มาจากเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกในช่วงปลายยุค 80s ที่เชื่อมต่อจนถึงกลางยุค 90s มีวงอย่าง The Stone Roses, Happy Mondays, The Charlatans, Inspiral Carpets, New Order และ E.M.F. เป็นต้น เป็นแกนนำและบุกเบิกซีนดนตรีซีนนี้ แต่ศิลปินที่เล่นดนตรีสไตล์นี้ทั้งในยุคบุกเบิกและยุคหลังๆ ก็ไม่ได้เป็นชาวเมืองแมนเชสเตอร์โดยกำเนิดทั้งหมด เพราะดนตรีสไตล์นี้ได้แพร่หลายไปทั่วเกาะอังกฤษ ยุโรปและทั่วโลกมาจนถึงวันนี้

photo by metro.co.uk
เด็กหนุ่มสุดเท่ 4 คนที่มีแกนนำชื่อ นาย Tom Meighan ได้เกิดและเติบโตมาท่ามกลางวัฒนธรรมเรฟปาร์ตี้ที่มีอยู่เกลื่อนเมือง เลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ จนซึมซับดนตรีเต้นรำแนวอิเลคโทรนิกส์สไตล์ต่างๆเข้าไปเต็มทุกรูขุมขน อีกทั้งหลงใหลในการฟังเพลงจากวงอินดี้ร็อคชื่อดังของอังกฤษอย่าง The Stone Roses, Primal Scream, Happy Mondays, Oasis จนถึงดนตรีโปรแกรสซีฟฮิปฮอปจากอเมริกาของ Dj Shadows ฟังไปฟังมาจนทำให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจที่ผลักดันให้พวกเขาตั้งวงดนตรีชื่อ Kasabian วงนี้ขึ้นมาในช่วงปี 1999 แต่กว่าจะได้ออกอัลบั้มเต็มชุดแรก Kasabian ก็ต้องรอมาจนถึงปี 2004 ซึ่งก็คุ้มค่ากับการรอคอย เพราะทำให้มีซิงเกิลที่ฮิตระเบิดทั่วเกาะอังกฤษอย่าง ‘ Club Foot ’, ‘ L.S.F.(Lost Souls Forever) ‘ และ ‘ Prosessed Beat ’ ชื่อของวง Kasabian จึงกระจายไปสู่หูคอเพลงอินดี้ทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมทั้งอีก 2 อัลบั้มคือ Empire – 2006 และ West Ryder Pauper Lunatic Asylum- 2009 ที่ทะยอยออกวางขายตามมาเป็นลำดับ ก็ล้วนประสบความสำเร็จกับกลุ่มแฟนเพลงของพวกเขาที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลกเสมอ เพราะโครงสร้างดนตรีที่เน้นไปทางอิเลคโทรนิกส์ร็อคนั้น ช่างโดนใจผู้คนในยุค 2000 มากกว่าวงอินดี้ร็อคธรรมดาทั่วไปบนเกาะอังกฤษที่ออกวางขายในยุคเดียวกับพวกเขา อย่าเข้าใจผิดว่าพวกเขาทำดนตรีเต้นรำนะ แต่เป็นดนตรีร็อคที่เต้นรำได้ต่างหาก ซึ่งไม่ต่างไปจากฟังงานเพลงของวงที่เป็นแรงบันดาลใจของพวกเขาที่กล่าวมาข้างบน แต่ด้วยพลังของคนหนุ่ม งานดนตรีของ Kasabian จึงทรงพลังสดใหม่มีความไฉไลกว่าเพลงของวงรุ่นพี่มากมาย และเข้าถึงคนยุคนี้ได้ง่ายกว่าfh;p

photo by nme.com
Velociraptor เป็นอัลบั้มล่าสุดชุดที่ 4 โครงสร้างดนตรียังมั่นคงอยู่กับดนตรีร็อคที่ฟังเผินๆก็ไม่ต่างไปจากดนตรีอิเลคโทรนิกาสไตล์ Breakbeat ของวงอย่าง The Chemical Brothers แต่ดนตรีของวง Kasabian เล่นกันโดยใช้เครื่องดนตรีสด แม้พวกเขาจะเพิ่มเติมเอฟเฟคท์ต่างๆเข้าไปมากมาย จนดูรกดิบหยาบในบางเพลงแต่ ทุกๆห้องดนตรียังคงมีจิตวิญญาณของดนตรีอินดี้ร็อคดำรงอยู่อย่างเหลือล้น ไตเติลแทร็ค ‘ Let’s Roll Just Like We Used To ’ เปิดด้วยดนตรีซาวน์ดแอมเบี้ยนท์ที่ยืดยาวประหนึ่งอารัมภบท แล้วเริ่มต้นด้วยจังหวะ Baggy ความเร็วปานกลางที่ไม่ต่างไปจากงานของ The Stone Roses แม้แต่น้อย และเอาใจผู้เขียนไปหมดทั้งดวงตั้งแต่เห็นชื่อเพลง แทร็คต่อมา ‘ Days Are Forgotten ’ คือดนตรี Baggy ที่กลับมาเกิดใหม่โดยแท้ ! เพราะคุณจะได้กลิ่นอายความยอดเยี่ยมของดนตรีจากวงอย่าง The Stone Roses, Primal Scream และ Happy Mondays อบอวลอยู่อย่างเข้มข้น ราวกับได้ดู 3 วงนี้เล่นอยู่ต่อหน้า แค่เปลี่ยนนักร้องเป็นนาย ทอม นักร้องนำของ Kasabian เท่านั้น ช่างถูกจริตคนยุค 90s อย่างผู้เขียนมากมาย แทร็คที่เป็นเพลงบัลลาดกลิ่นไซคีเดอลิกร็อคบางๆอย่าง ‘ Acid Turkish Bath (Shelter From The Storm) ’ และ ‘ Neon Noon ’ ก็ทำให้เมามายไปกับเสียงร้องและท่วงทำนองจนตัวลอยได้อย่างง่ายดาย แทร็คที่มีจังหวะปานกลางเน้นความงดงามของท่วงทำนองที่ไหลพริ้วไปกับเสียงคีย์บอร์ดเท่ๆ อย่าง ‘ Goodbye Kiss ’ และ ‘ I Hear Voices ’ ก็มีให้ ส่วนใครที่ชอบไลน์เบสโจ๊ะๆไปกับจังหวะ แทร็ค ‘ Re-wired ’ จะโดนใจคุณทันที ส่วน ‘ Man Of Simple Pleasures ’ นั้น ใจของผู้เขียนพานคิดไปถึงเพลง ‘ Clint Eastwood ’ สุดเท่ของวง Gorillaz ทั้งบีทและเบสไลน์มีความใกล้เคียงกันยังกะแกะโคลนนิ่ง แค่แตกต่างที่ท่วงทำนองเท่านั้น อีกแทร็คที่โปรดมากคือ ‘ Switchblade Smiles ’ เพราะพวกเขากระโดดไปนำความเป็น Depeche Mode มาใส่ไว้ในเพลงนี้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างน่าทึ่ง
Velociraptor เป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมลงตัวและสมบูรณ์แบบในทุกด้าน มากกว่าทุกอัลบั้มที่ผ่านมาของ Kasabian โดยเฉพาะอัลบั้มชุดแรกที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้..













