• ข่าวทั้งหมด
    27498
  • views ทั้งหมด
    1421918
  • guru ทั้งหมด
    121
การพัฒนาสื่อสารมวลชนในสังคมประชาธิปไตยของพม่า ยุคผ่อนคลายการคุมเข้ม

คอลัมน์ บันทึกอาเซียน ASEAN Diary 

ตอน การพัฒนาสื่อสารมวลชนในสังคมประชาธิปไตยของพม่า ยุคผ่อนคลายการคุมเข้ม

โดย สมเกียรติ อ่อนวิมล

หลังจากรัฐบาลทหารของพม่ายึดอำนาจปกครองประเทศมาได้ 17 ปี มาในปี 2005 รัฐบาลพม่าผ่อนคลายการกำกับควบคุมสื่อมวลชนมากขึ้น แต่เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป รัฐบาลทหารของพม่าย้ำว่าเป็นการเปิดเส้นทางไปสู่การปฏิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยื่นในระยะยาว และเมื่อจะให้บรรลุเป้าหมายที่ว่า ก็มีเรื่องจำเป็นพื้นฐานที่จะต้องปรับแก้หลายเรื่องเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐาน หรือ “รากฐานของประชาธิปไตย”  

เฉพาะเรื่องเสรีภาพของสื่อสารมวลชน ที่เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ “กฎหมายว่าการจดทะเบียนหนังสือพิมพ์และการประกอบกิจการสำนักพิมพ์ 1962” (The Registration of Printers and Publishers Law 1962), The Press Emergency Powers Act 1931 (กฎหมายว่าด้วยการใช้อำนาจฉุกเฉินต่อสื่อสิ่งพิมพ์), และ The Copyright Act 1914 (กฎหมายลิขสิทธิ์) ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มทั้งในตัวกฎหมาย และการออกระเบียบ กฎเกณฑ์ ตลอดจนประกาศต่างๆของทางการเพิ่มเติมต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ในช่วงปี 1988-2004 มีการปรับแก้ที่สำคัญคือการปรับเปลี่ยน “Literary Workers’ Organization (องค์การผู้ทำงานด้านวรรณกรรม) ถูกจัดการโครงสร้างและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “The Myanmar Writers and Journalists Association” (MWJA - สมาคมนักเขียนนักข่าวพม่า) และ ในเดือนตุลาคม 2004 มีการยุบหน่วยข่าวกรองทหาร ผู้ใช้ “กฏเหล็ก” ควบคุมสื่อมวลชนมายาวนาน, The Department of Press Scrutiny  and Registration ที่เคยอยู่ใต้กระทรวงกิจการบ้านเมือง (Ministry of Home Affairs) ก็โอนไปขึ้นอยู่กับกระทรวงการข่าวสาร (Ministry of Information) ในเดือนเมษายน 2005, พลจัตวา Kyaw Sann รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการข่าวสารค่อยๆปรับนโpบายทำงานร่วมกับสื่อสวารมวลชนอย่างมีความเข้าใจกันและกัน และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปสื่อเพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยในระยะยาว

 

ระหว่างปี 2005-2011 มีความเปลี่ยนแปลงดังนี้ :

 

ปี 2005

1.ประกาศนโยบายว่าด้วยการตรวจสื่อสิ่งพิมพ์

2.ผ่อนคลายกระบวนการตรวจหรือเซ็นเซ่อร์สื่อสิ่งพิมพ์ที่เข้มงวดเกินไป

3.วางยุทธศาสตร์ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์พัฒนาตนเองเพื่อการเพิ่มคุณภาพข้อมูลข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

4.กำหนดแผนปฏิบัติการ 14 ข้อ เพื่อการนำไปสู่การปฏิรูปสื่อสารมวลชน

5.ให้ใบอนุญาตประกอบการสื่อสิ่งพิมพ์แก่ผู้ประกอบกกิจการที่เห็นว่าจะทำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์อย่างแท้จริงโดยมิมีเจตนาคลือบแฝงเป็นอื่น

6.ออกใบอนุญาติแก่ผู้ประกอบการสื่อสิ่งพิมพ์และสำนักพิมพ์นับร้อยราย เพื่อกระตุ้นการแข่งขันในตลาดอย่างเสรี

 

ปี 2006

1.สมาคมนักเขียนนักข่าวพม่าได้รับเชิญเข้าร่วมรับฟังการอธิบายพัฒนาการนโยบายระดับชาติว่าด้วยการปฏิรูปสื่อสารมวลชน และมีการถ่ายทอดเผยแพร่ข่าวสารการประชุมใหญ่ในครั้งนั้นไปทั่วประเทศ

2.จัดงานแถลงข่าวโดยกระทรวงต่างๆอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สื่อมวลชนคุ้นเคยกับการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

3.รัฐบาลออกคำแถลงแก้หรือชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆจากองค์การสหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศและรัฐบาลต่างประเทศ หรือข่าวสารนอกประเทศอื่นใดที่อาจเป็นความเข้าใจผิดพลาด อย่างสมำ่เสมอ

 

ปี 2007 

The Central Supervising Committee (คณะกรรมการกลางเพื่อการกำกับดูแล) แถลงข่าวในการประชุมใหญ่ครั้งที่สอง ประกาศเป้าหมายสามประการ คือ:

1.ส่งเสริมให้สื่อสารมวลชนทำงานเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ

2.ให้ยึดถือ “แนวทางการรายงานข่าวสารเชิงบวก, ทัศนวิจารณ์ที่มีความปรารถนาดี, และมีแนวข่าวสารที่เอื้ออาทรและเป็นกุศลต่อสังคม” (“rely on a positive approach, goodwill, and take a charitable view”) ให้ถือเรื่องนี้ หรือ “ประโยคนี้” เป็นคำขวัญกำกับแนวทางการทำงานข่าวสารของสื่อมวลชนพม่าทุกราย

3.ให้สื่อสารมวลชนช่วยกันดูแลมิให้ความคิดเห็นที่แตกต่างขยายกลายเป็นความขัดแย้งในสังคม

 

ปี 2008

คณะผู้แทนสื่อมวลชนจากพม่า นำโดยรองอธิบดีกรมในกระทรวงข่าวสารเดินทางไปศึกษาดูงานที่สิงคโปร์แล้วกลับมาปรับเปลี่ยนการทำงานดังนี้ :

1.รัฐบาลรับฟังข้อเสนอจากสื่อสารมวลชนที่ไปร่วมดูงานและออกคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอ

2.เตรียมการให้สื่อมวลชนพม่าเริ่มมีความรับชอบต่องานของตนเองโดยไม่ต้องห่วงใยการควบคุมของรัฐที่จะค่อยๆคลี่คลายในอนาคต โดยจัดให้สื่อมวลชนตัวแทนจากสมาคมนักเขียนนักข่าวได้พบปะหารือกับทางการฝ่ายที่มีหน้าที่ออกใบอนุญาตและตรวจพิจารณาสิ่งพิมพ์

3.เน้นย้ำให้หนังสือพิมพ์ บรรณาธิการ และผู้พิมพ์โฆษณา ยึดหลักการทำงานที่ตรวจตราตนเองและมีความรับผิดชอบในงานของตนเอง ขณะที่กระทรวงการข่าวสารยังคงทำหน้าที่นำทางในการสร้างสื่อสารมวลชนให้รับผิดชอบต่อประเทศชาติต่อไป ก่อนที่จะถึงเวลาที่สื่อมวลชนสามารถแสดงความรับผิดชอบด้วยตนเองได้โดยรัฐไม่ต้องห่วงอีกต่อไป

4.ฝึกฝนให้สื่อสิ่งพิมพ์เรียนรู้ว่าอะไรเป็นข่าว อะไรไม่เป็นข่าว เรื่องใดควรพิมพ์ และ เรื่องใดไม่ควรพิมพ์เผยแพร่ โดยรัฐบาลจะคอยแนะแนวทางเป็นระยะๆ

 

  จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
guRu Books คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร    
guRu Food & Health   คุณพล ตัณฑเสถียร     คุณพล ตัณฑเสถียร    
guRu Movie     คุณยุทธนา งามเลิศ        
guRu Music  
คุณนรเศรษฐ หมัดคง        
guRu News   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์ คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์
guRu Shopping คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา
guRu Sport คุณนิหน่า   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์     คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์  
คุณป๋อง กพล
guRu Travel   คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์   คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์ คุณชวิดา วาทินชัย คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์  
View 387


Comments