-
ข่าวทั้งหมด26874
-
views ทั้งหมด1369457
-
guru ทั้งหมด121
ความลับแห่งการตายระดับซุปเปอร์สตาร์
นพ.กฤษดา ศิรามพุช,พบ.(จุฬาฯ)
ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
American Board of Anti-aging medicine
drkrisda@gmail.com
เรื่องยากับดาราไม่ใช่ของคู่กันเสมอไป คนธรรมดาก็อาจมี “ปัญหา” กับยาได้ถ้าไม่ระวังให้ดี กรณีของนักร้องดังระดับโลกที่ด่วนลาโลกไปก่อนวัยอันควรนั้นเท่าที่ดูจากเนื้อข่าวก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องโรคกายนักแต่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องยามากกว่า
เป็นปัญหาที่เรียกว่า “ยาทำพิษ”
ถึงขั้นเอาชีวิตได้ ในบ้านเราก็เจอปัญหานี้เยอะครับแต่เป็นเสมือนจอมปลวกที่โผล่พ้นดินขึ้นมาให้เห็นปัญหาแค่ส่วนยอดเท่านั้น ลองดูง่ายๆก็ได้ว่าปัญหานี้บ้านเราไม่มีทางหนีพ้นก็เพราะคนไข้ได้ยาเยอะมาก
เป็นหวัดทีก็ได้ยามากินถุงหนึ่งพ่นจมูกอีกถุงพ่วงด้วยพ่นคออีก
เป็นความดันสูง,เบาหวาน,โรคหัวใจและโรคเรื้อรังอื่นๆของผู้ใหญ่ยิ่งแล้วใหญ่ได้ยามาเป็นสำรับกับข้าวกินกันสำราญบานกระเพาะ
มีผู้บัญญัติศัพท์ให้กับปรากฏการณ์นี้ไว้ครับ ฟังแล้วชวนให้คิดเห็นภาพทีเดียวคือ “พหุโอสถ(Polypharmacy)” กินยาเยอะแบบรวมมิตรคล้ายๆกับดื่มค็อกเทลที่เป็นเหล้ารวมมิตร ยิ่งหลายมิตรก็ปลิดชีวิตได้ง่ายขึ้นครับ ลำพังตัวยาเองก็มีเคมีที่อาจตีกันได้อยู่แล้ว ยิ่งถ้าไปกินกับอาหารผิดชนิดด้วยยิ่งแล้วใหญ่ เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่เพราะยากที่ใครจะรู้ว่ายาชนิดไหนต้องห้ามกับของกินชนิดใดบ้าง
กินผิดแล้วหมดสิทธิ์กลับมาบอกก็แยะอยู่
15 คู่มรณะที่น่าจับตา
มนุษย์เรากินอาหารเป็นหลักส่วนยานี่เป็นของ “เฉพาะกิจ” มาเอาตอนจำเป็นเจ็บป่วยเท่านั้น ในฉลากยาจึงจำเป็นต้องมีบอกไว้ว่าไม่ควรรับประทานร่วมกับยาหรืออาหารชนิดอื่นใดบ้าง เรียกเป็น “ยาต้องห้าม” เพราะเป็นความจริงที่ยาดีๆเมื่อไป “ชน” กับอาหารต้องห้ามแล้วจะกลายเป็นยาพิษไปได้
ดังตัวอย่างยาต่อไปนี้ที่ต้องเฝ้าระวังครับ
-ยานอนหลับกับเหล้า เท่ากับป้อนยาสลบให้กับตัวเองเลยนะครับเพราะฤทธิ์เหล้าในระดับหนึ่งก็ไปกดสมองอยู่พอตัวอยู่แล้วถ้าได้ร่วมกับยาระงับประสาทหรือยานอนหลับเข้าไปอีก สมองจะถูกทับจนจมดิ่งสู่ขั้นโคม่า ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ ถ้าว่ายน้ำอยู่ก็จมน้ำตายหรือถ้าขับรถก็ชนกันวายวอด ตลอดจนกดการหายใจไม่สามารถสูดเอาออกซิเจนจากอากาศมาเลี้ยงตัวได้
-ยาคุมกับเหล้า คือยาคุมกำเนิดกับเครื่องดื่มอัลกอฮอล์เพราะยาคุมกำเนิดเป็นฮอร์โมนที่มีฤทธิ์เพิ่มความเสี่ยงให้เกิด “ลิ่มเลือด” วิ่งไปอุดตันตามองคาพยพต่างๆของร่างกายได้ง่ายอยู่แล้ว ถ้าผสมกับเหล้าเข้าไปทำให้ร่างกายขาดน้ำเลือดข้นคลั่กก็จะพากันให้เกิดก้อนเลือดเหนอะหนะเหมือนโคลนไปอุดที่ปอดหรือที่สมองจนลาโลกแบบเฉียบพลันได้
-ยาทางจิตเวช(ระบบประสาท)กับอัลกอฮอล์ ยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอื่นนอกเหนือจากยานอนหลับก็ไม่ควรรับประทานกับเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ครับไม่ว่าจะอัลกอฮอล์ต่ำเพียงใดก็ตาม อย่างเบียร์หรือไวน์ เพราะยาเหล่านี้มีผลต่อสารเคมีในสมองที่ทำให้มีอาการมึนและง่วงอยู่แล้ว การได้อัลกอฮอล์เข้าไปผสมอีกจะทำให้สมองเข้าสู่ภาวะหมดสติได้ง่ายขึ้น
-ยานอนหลับกับยาแก้แพ้ มีฤทธิ์กล่อมให้ง่วงเหมือนๆกัน การทานควบกันไปจึงไม่ค่อยดีนักไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องทำงานกับเครื่องจักร,ขับรถ,ขับเครื่องบินหรือต้องใช้สมองทั้งหลายเพราะสติสัมปชัญญะจะเหลือเพียงแค่น้อยนิด ชีวิตอื่นๆที่ฝากไว้ในมือก็จะพากันไปท่องปรโลกเสียหมดด้วย
-ยาละลายลิ่มเลือดกับน้ำมันปลา ยาละลายเลือดที่ว่านี้เช่น แอสไพริน,วาฟาริน,เฮปารินและยาที่ทำให้เลือดไม่จับตัวกันแบบอื่นๆ การกินร่วมกับน้ำมันปลาทำให้ยิ่งเพิ่มเสี่ยงต่อภาวะเลือดไหลไม่หยุด ท่านที่จำเป็นต้องทานยาละลายลิ่มเลือดก็ขอให้ระวังเรื่องน้ำมันปลาและอาหารเสริมที่ช่วยให้เลือดใสไว้ให้ดีด้วยนะครับ
-ยารักษาสิวกับวิตามินเอ ท่านที่รักษาผิวหน้ายิ่งชีพต้องระวังปรากฏการณ์หน้าใสใกล้ตับวายเพราะยารักษาสิวยอดนิยมมีกรดวิตามินเอ(Retinoic acid) เป็นส่วนประกอบมากอยู่ทำให้ตับทำงานหนักอยู่แล้วยิ่งถ้าได้วิตามินเอเสริมเข้าไปอีกอาจทำให้ตับทำงานหนักเกินตัวจนเกิดภาวะตับวายและดีซ่านตัวเหลืองได้
-ยาลดน้ำมูกกับอัลกอฮอล์ ในเด็กไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยครับเพราะยาน้ำลดน้ำมูกมีส่วนผสมของอัลกอฮอล์หรือพูดง่ายๆว่าคล้าย “เหล้า” อยู่มาก การรับประทานยาประเภทนี้บ่อยๆทำให้เด็กง่วงซึมดูเหมือนอาการถูก “กด”ไว้ แต่ทางเดินหายใจจะแย่ลงมากเพราะเด็กไม่ได้มีการขับเสมหะออกมา สามารถกลายเป็นปอดบวมได้
-ยาลดความดันกับยาขยายหลอดลม ยาลดความดันกลุ่มที่ไปฉุดหัวใจให้เต้นช้าไม่ควรใช้ในคนป่วยโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ ยิ่งถ้าใช้ร่วมกับยาขยายหลอดลมจะยิ่งพาให้หัวใจเต้นช้าจนผิดจังหวะเกิดอาการผิดปกติอันตรายได้
-ยาขับปัสสาวะและกาแฟ ลำพังดื่มกาแฟก็ทำให้ปัสสาวะบ่อยอยู่แล้ว ยิ่งได้ยาขับน้ำเข้าไปอีกร่างกายจะยิ่งเสียน้ำเพิ่มขึ้นจนอาจถึงขั้นอ่อนเพลีย อีกทั้งเกลือแร่ที่เสียไปทางปัสสาวะทำให้เกิดอาการหมดแรงจนถึงชักเกร็งได้
-ยาลดความอ้วนกับยาไทรอยด์หรือยาขับปัสสาวะ จะทำให้เกิดอาการ “ช็อค” ถึงหัวใจหยุดเต้นได้ ไม่ใช่เรื่องเล่นเลยครับเพราะมีเกิดขึ้นมาแล้ว ด้วยยาลดความอ้วนส่วนใหญ่มีส่วนผสมของยาที่ช่วยเผาผลาญ,ยากดสมองและยาขับน้ำ ที่สำคัญคือมักไม่บอกชื่อแซ่ที่แท้จริงของยามักจัดเป็นชุด คนป่วยที่กินยาประจำพวกไทรอยด์หรือยาขับปัสสาวะอยู่ต้องคอยสังเกตให้ดีครับ
-ยาปฏิชีวนะกับส้มโอ ดูไม่เกี่ยวอะไรกันกับยาเคมี ส้มโอพันธุ์ดีเนื้อหวานชื่นใจหรือจะทำอันตรายใคร ขออย่าเพิ่งนอนใจครับเพราะยาฆ่าเชื้อหลายชนิดไม่ควรกินคู่กับน้ำผลไม้ ในฝอยยาว่าเป็นพวก “เกรปฟรุท” ซึ่งก็อยู่ในเครือญาติเดียวกับส้มโอ บ้านเราไม่มีเกรปฟรุทแต่มีญาติของมันเยอะเลยครับ ส้มเช้ง,ส้มเขียวหวานและอีกหลายๆส้ม ถ้าไม่แน่ใจให้รับประทานยากับน้ำเปล่าเป็นดีที่สุดครับ
-ยาพาราฯกับสมุนไพร หยิบพาราฯกินขำๆแก้ปวดลดไข้ทีละ 2 เม็ดถ้าทานร่วมกับสมุนไพรจะไม่ค่อยดีนักกับตับครับ มีสิทธิ์ทำให้ตับพังและวายได้ ยกตัวอย่างที่พบบ่อยคือรับประทานทั้งพาราเซตามอลและฟ้าทะลายโจร อย่างนี้เหมือนกับโดน 2 เด้งที่เนื้อตับ สำหรับยาแก้ปวดแล้วขออย่ารับประทานให้เป็นสายล่อฟ้าเลยครับ
-ยาบำรุงเลือดกับธาตุเหล็ก ในคนป่วยทาลัสซีเมีย(เลือดจางจากพันธุกรรม) ไม่ควรกินธาตุเหล็กมากเพราะจะไปสะสมทำอันตรายอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจกับตับ การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงก็ไม่ควรครับเช่น เลือดหมู,ลาบเลือด,หอยแครงลวก,ตับหวาน,ฟัวกราส์,ผัดตับ,ตับย่าง,ตับทอด ควรเว้นเอาไว้
-อัลกอฮอล์กับเครื่องดื่มชูกำลัง ข้อนี้แม้ไม่ใช่ยาแต่ว่าขอนำมาฝากท่านที่รักไว้ให้ช่วยดูบุตรหลานด้วยเพราะมีสูตรเครื่องดื่มที่ฮิตในหมู่วัยรุ่นคือเอาเหล้าประเภทว้อดก้ามาผสมกับเครื่องดื่มชูกำลังโดยอ้างว่าจะช่วยให้กระปรี้กระเปร่ามีพลังตาค้างทั้งคืน แต่จริงแล้วอันตรายยิ่งเพราะมันไปทำลายสมองโดยตรง แม้จะตาสว่างแต่สมองดับไปแล้วมีสภาพเหมือนผีดิบ นานเข้าสมองเสื่อมได้
จะเห็นว่ายาคู่นรกนี้มีในทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทุกเพศวัยเลยนะครับ พอฟังมาถึงตรงนี้ขอท่านที่รักอย่าเพิ่งกลัวยาจนขึ้นสมองไป ยังมีเทคนิคง่ายๆฝากไว้ให้แก้กันได้อยู่ครับ โดยข้อแรกคือเวลาไปหาคุณหมอขอให้นำยาส่วนตัวทุกขนานติดไปให้คุณหมอดูด้วยจะได้ช่วยกันดูก่อนจะสั่งยาที่ไปตีกับยาเก่า ส่วนข้อสองคือให้มองซ้ายขวาสักนิดก่อนนำยาเข้าปากหากไม่แน่ใจอย่าเพิ่งไปรับประทานกับของกินที่ดูไม่เป็นอาหารสุขภาพอย่าง อัลกอฮอล์,ชา,กาแฟหรือเครื่องดื่มรสเปรี้ยวจัด ให้ระลึกไว้เสมอว่าวัดกับยาอาจมาพบกันได้ง่ายๆดังในกรณีมรณกรรมของนักร้องสาวที่เพิ่งผ่านมาสดๆ
ถือเป็นบทเรียนมีค่าจากซุป’ตาระดับโลก
คนดังที่ถูกสั่งลาเพราะ “ยา”
เท่าที่ทราบจากเนื้อข่าวคือนักร้องชื่อดังอย่างวิทนีย์ ฮุสตันน่าจะเสียชีวิตในอ่างน้ำเพราะการรับประทานยานอนหลับ “ซาแน็กส์(Xanax)” กับเครื่องดื่มผิดประเภท โดยแหล่งข่าวหลายที่ชี้ไปว่าน่าจะเป็นยานอนหลับร่วมกับดื่มอัลกอฮอล์แล้วก็อาจพาหลับลึกจนจมน้ำในอ่างอาบไม่รู้ตัว แม้จะเป็นยาที่ว่า “แพทย์สั่ง(Prescription drug)” อย่างกรณีคุณวิทนีย์ที่สื่อนอกเน้นประเด็นนี้กันมากแต่หากเอายามาทานผิดๆร่วมกับอาหารต้องห้ามก็อันตรายมาก
มีความเป็นไปได้สูงถ้าหลักฐานกินยากับเหล้าเป็นเรื่องจริงครับ
เพราะยานอนหลับนั้นคุณหมอท่านทราบกันนานแล้วว่ากินแล้วต้องไม่ดื่มอัลกอฮอล์เพราะจะไปกอดคอกันกดประสาทขนาดหนักให้ได้พักยาวสลบไสลถึงขั้นหยุดหายใจไปได้ โดยยานอนหลับซาแน็กส์นี้ในบ้านเราก็มีครับ
สำหรับคนดังที่ถูกยา “สั่ง” ให้ลาโลกเร็วก่อนเวลาอันควรมีอีกหลายท่านดังนี้ครับ
1.มาริลีน มอนโร เซ็กส์ซิมโบลยุคปี 2500 ดังขนาดคนระดับประธานาธิบดียังต้องสะเทือนเพราะข่าวลือเรื่องเธอมาแล้ว ยามเมื่อเธอลาโลกยิ่งดังหนักเพราะมีหลักฐานการใช้ยาประเภทกล่อมประสาทอยู่
2.จูดี้ การ์แลนด์ ดาราเด็กผู้โด่งดังจากบท “โดโรธี” หนูน้อยในเรื่องพ่อมดแห่งออซ ด้วยการทำงานในกองถ่ายฮอลลีวู้ดยุคแรกที่ต้องแบกภาระเกินตัวทั้งร้อง,เต้น,เล่นตามบทอดหลับอดนอนเพราะเธอเป็นตัวทำเงินทะลุเป้า จึงต้องเอายากระตุ้นบางอย่างมาช่วยให้จูดี้มีพลังอยู่เสมอ ในตอนนั้นไม่มีใครคิดถึงเรื่องอันตรายมากนัก
3.ไมเคิล แจ็คสัน ราชาเพลงป๊อปสะท้านโลกที่ตกเป็นข่าวทั้งยามเป็นและยามตาย ด้วยความตายของเขาเกี่ยวพันกับยาดังที่เคยหามาเล่าใน คส.คส.ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องใหม่ๆ ยาที่น่าสงสัยของแจ็คสันคือยานอนหลับอย่างแรงและยาสลบแบบฉีดครับ
4.ฮีท เล็ทเจอร์ ผู้โด่งดังจากบทชายรักชายในภาพยนตร์ “หุบเขาเร้นรัก(Brokeback mountain)” นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงพร้อมด้วยขวดยาหลายชนิดและขนาด เชื่อว่ายาที่มีมากอย่างนั่นเองเป็นตัวการที่ทำให้ดาราหนุ่มจากไปก่อนวัยอันควร
5.บรูซ ลี เจ้าพ่อหนุ่มซินตึ๊งเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 32 ปีโดยเข้ามีอาการลมบ้าหมูชักอย่างรุนแรงและเสียชีวิตในขณะที่ถึงโรงพยาบาลพอดี ผลการชันสูตรชี้ว่าสมองของบรูซบวมขึ้นกว่าปกติถึง 13% และพบสารเคมีจากยากลุ่มแก้ปวดคลายกล้ามเนื้อในร่างกายของเขา มีข่าวลือถึงเรื่องการใช้กัญชาร่วมด้วย
6.เจมส์ ดีน ดาราฮอลลีวู้ดต้นฉบับแบ้ดบอยยุคคุณพ่อ มีความหล่อเป็นคุณสมบัติเด่นพอๆกับชื่อเสียงด้านอารมณ์ที่ขึ้นลง(Mood swing)ไม่แน่นอน แม้ไม่มีข่าวการใช้ยาแต่ว่านิสัยส่วนตัวทั้งดื่มจัดและสูบเก่งร่วมกับอารมณ์แปรปรวนก็อาจส่งผลให้เขาต้องจบชีวิตลงในอุบัติเหตุก่อนวัยอันควร
7.เฟอร์ดินาน มาร์กอส เป็นอดีตประธานาธิบดีเมืองตากาล็อกที่ดังกระฉ่อนโลกจากเรื่องความร่ำรวยและการใช้ชีวิต ยามที่ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศนั้นมีผู้ไปค้นทำเนียบมาลากันยังก็พบทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิต,ถังออกซิเจนและ “ยาประจำตัว” ท่านประธานาธิบดีหลายต่อหลายขนานมากมายจนแทบตั้งโรงพยาบาลได้
วิทนีย์ ฮุสตันถือเป็นดาวอีกดวงที่ด่วนลาลับดับไปก่อนอย่างน่าเสียดาย มองในอีกแง่ก็ถือเป็นกรณีศึกษาที่จะช่วยเตือนสติผู้ที่ทานยามากชนิด แม้ตัวยาเองจะไม่เป็นพิษเพราะเคยกินมาจนชินแล้วแต่การกินยามากก็เพิ่มความเสี่ยงในชีวิตมากเพราะเราคงไม่อาจทราบได้ว่าอาหารชนิดใดจะไปมีผลรบกวนต่อยาที่กินอยู่ประจำเป็นกำมือนั้นบ้าง ถ้าจะต้องมานั่งแยกธาตุอาหารกันทุกมื้อก็คงไม่แคล้วเสน่ห์ปลายจวักมาเคาะเข้า
การกินอยู่ให้ง่ายนั้นดีที่สุดแล้วครับ บางครั้งการเป็นคนดังก็ไม่ใช่ดีเพราะมีแรงกดดันมามากเพราะอยู่ในที่แจ้งเป็นเป้าสายตา เป้าน้ำลายและเป้าการติฉินนินทาทั้งปวง ที่เขียนนี้ก็ด้วยออกจะเป็นคนกลวงๆกับเขาคนหนึ่งไม่ใช่คนเด่นดังอะไรจึงไม่ใช่ความเห็นของผู้รู้จริงนัก แต่ก็รู้สึกรักในชีวิตที่เป็นอยู่และคนไข้ที่รักษาไม่อยากให้ต้องรับประทานยาเยอะกันจนเสี่ยงถึงขั้นวายชีวาวาตม์ เพราะผู้อ่านคส.คส.ของเราทุกท่านก็เป็นผู้มากด้วยความสามารถทั้งด็อกเตอร์ ครูบาอาจารย์ คุณหมอ นักวิชาการ นักการเมืองและอีกมาก ไม่อยากให้ชาติต้องสูญเสียบุคลากรสูงค่าไปเพราะยากับอาหารที่กินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ไม่อยากให้โลกต้องมีวันสูญเสียดาวไปอีก
อ้างอิง:
http://www.pswi.org/professional/pharmaco/druginteractions.pdf
http://news.discovery.com/human/whitney-houston-xanax-alcohol-combination-120213.html
http://www.naturalnews.com/034956_Whitney_Houston_cause_of_death_prescription_drugs.html
1.กองควบคุมยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. สืบค้นทะเบียนยาสามัญสำหรับยาเดี่ยว.sulfadiazine . Available at: http://wwwapp1.fda.moph.go.th/ed2547/?url=14 Access Date: February 23, 2012.
2.McEvoy GK, Snow EK, Miller J et al. AHFS Drug information 2009. the American Society of Health-System Pharmacists,Inc.Bestheda. 2009. p431-442
3.Micromedex Thomson Healthcare. Advice for the Patient Drug Information in Lay Language USP DI, volume ll. 25th ed. Massachusetts: Micromedex Thomson Healthcare, 2005: p 1516-1519.
ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ คลิก food.truelife.com
มาเป็นเพื่อนกับเราได้ทาง Facebook ที่ www.facebook.com/FoodNHealthTruelife
-
-
Tips น่ารู้คู่น่าร้อ..
views 774
-
-
-
Tips น่ารู้คู่หน้าร้..
views 698
-
-
-
กินให้เย็น กินให้เป็..
views 478
-
-
-
ชื่นใจได้คุณค่า น้ำส..
views 2678
-
-
-
เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเ..
views 1729
-













