• ข่าวทั้งหมด
    26874
  • views ทั้งหมด
    1369117
  • guru ทั้งหมด
    121
แนวโน้มสงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ตอนที่ 4)

คอลัมน์ โลกปริทรรศน์

ตอน แนวโน้มสงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ตอนที่ 4)

โดย รศ.ดร.ประภัสสร์ เทพชาตรี

สถานการณ์ล่าสุด

หลังจากที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล Benjamin Netanyahu ได้เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม เพื่อล็อบบี้เรื่องอิหร่าน ต่อมา ในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว Netanyahu ได้แถลงต่อรัฐสภาของอิสราเอล โดยกล่าวว่า การเยือนสหรัฐฯมีเป้าหมาย 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรก คือ ความพยายามที่จะผลักดันให้ปัญหานิวเคลียร์อิหร่านเป็นประเด็นปัญหาระดับต้นๆของโลก ซึ่งการไปเยือนในครั้งนี้ ก็ประสบความสำเร็จในการผลักดันในเรื่องนี้ ส่วนเป้าหมายอีกเรื่องหนึ่ง คือ การล็อบบี้รัฐบาลสหรัฐฯให้สนับสนุนอิสราเอลในเรื่องแผนการโจมตีอิหร่าน ซึ่งในเรื่องนี้ Netanyahu ได้กล่าวว่า สหรัฐฯมีท่าทีในเชิงบวกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ท่าทีเป็นทางการของสหรัฐฯ คือ ยังไม่สนับสนุนการโจมตีอิหร่านของอิสราเอล  ซึ่ง Netanyahu ก็ได้ประกาศกร้าวกลางสภาอิสราเอลว่า ในที่สุด อิสราเอลอาจจะต้องตัดสินใจโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากอเมริกัน โดยเขากล่าวว่า ในอดีต มีหลายครั้งที่อิสราเอลตัดสินใจโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากสหรัฐฯ ตัวอย่างเช่น การตัดสินใจของผู้นำอิสราเอลในปี 1948 คือ David Ben-Gurion ในการประกาศเอกราชของอิสราเอล แม้ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯในตอนนั้นจะแนะนำให้รอไว้ก่อน อีกกรณีหนึ่ง คือ การตัดสินใจทำสงครามในปี 1967 ผู้นำอิสราเอลในตอนนั้น คือ  Levi Eshkol ไม่สนใจคำเตือนของประธานาธิบดี Lyndon Johnson และเช่นเดียวกัน ในปี 1981 ผู้นำอิสราเอล Menachem Begin ตัดสินใจโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิรัก ที่  Osirak โดยที่ประธานาธิบดี Ronald Reagan ไม่เห็นด้วย 

แต่ขณะนี้ อิสราเอลกำลังวุ่นอยู่กับฉนวนกาซา โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลได้โจมตีถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มก่อการร้ายปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา โดยทางกลุ่มก่อการร้ายได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้อิสราเอล จำนวนกว่า 200 ลูก ซึ่ง Netanyahu อ้างว่า เป็นขีปนาวุธที่ได้มาจากอิหร่าน ดังนั้น ในสายตาของ Netanyahu ฉนวนกาซา ก็คือ อิหร่าน และในอีกไม่ช้า ฐานการก่อการร้ายของอิหร่านในฉนวนกาซาจะต้องถูกทำลาย 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือ คำถามที่ว่า อิสราเอลจะตัดสินใจโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านหรือไม่ และอิสราเอลกล้าที่จะเดินหน้าโจมตีอิหร่าน โดยปราศจากการสนับสนุนจากสหรัฐฯหรือไม่ 

ขณะนี้ มีการวิเคราะห์กันไปต่างๆนานา โดยเฉพาะในสื่อของอิสราเอล หนังสือพิมพ์แนวเสรีนิยม ชื่อ Haaretz ได้วิเคราะห์ว่า Netanyahu กำลังเตรียมพร้อมที่จะทำสงครามกับอิหร่าน โดยได้วิเคราะห์ว่า จริงๆแล้ว การประกาศเอกราชในปี 1948 และการทำสงครามในปี 1967 สหรัฐฯก็ได้ส่งสัญญาณแบบไม่เป็นทางการสนับสนุนอิสราเอล หนังสือพิมพ์ดังกล่าว จึงได้วิเคราะห์ว่า Netanyahu ก็อาจจะได้รับการสนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการจากประธานาธิบดี Obama ในแผนการโจมตีอิหร่าน นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ Israel Hayom ที่มีแนวสนับสนุนรัฐบาล ได้กล่าวเป็นนัยว่า การสูญเสียชีวิตของชาวอิสราเอล จากการตอบโต้ของอิหร่าน หากอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านนั้น ก็อาจจะเป็นการสูญเสียที่น้อยมาก หากเมื่อเทียบกับหายนะที่จะเกิดขึ้นกับอิสราเอล หากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์และโจมตีอิสราเอล โดยได้วิเคราะห์ว่า อิสราเอลจะต้องรีบโจมตีอิหร่าน ก่อนที่จะสายเกินไป ก่อนที่อิหร่านจะเคลื่อนย้ายโรงงานนิวเคลียร์ทั้งหมดไปอยู่ใต้ดิน ดังนั้น แม้ว่าจะมีความยากลำบาก แต่อิสราเอลจะต้องปฏิบัติการดังกล่าว โดยอาจจะไม่ต้องคำนึงถึงว่า อเมริกาจะสนับสนุนหรือไม่ 

มาตรการคว่ำบาตร

ดังนั้น หากดูจากท่าทีของ Netanyahu และท่าทีของสื่อต่างๆในอิสราเอลแล้ว ก็อาจจะประเมินได้ว่า การโจมตีอิหร่านของอิสราเอลมีแนวโน้มที่จะมีความเป็นไปได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะทำให้ไม่เกิดสงคราม คือ มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ซึ่งตะวันตกกำลังผลักดันมาตรการให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยขณะนี้ การผลิตน้ำมันของอิหร่านลดลงต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี การคว่ำบาตรธนาคารกลางอิหร่าน ทำให้อิหร่านไม่สามารถขายน้ำมันสู่ตลาดโลกได้ด้วยช่องทางปกติ  อิหร่านจึงต้องใช้วิธีขายน้ำมัน โดยแลกกับเงินตราสกุลอื่นๆที่ไม่ใช่เงินดอลลาร์หรือยูโร หรือไม่ก็ต้องขายน้ำมันโดยแลกกับสินค้าต่างๆ ในลักษณะเป็น barter trade 

Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication หรือเรียกย่อว่า SWIFT ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญในการทำธุรกรรมทางการเงินของโลก ก็ได้ประกาศตัดธนาคารกลางของอิหร่านออกจากระบบ ตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว การกระทำดังกล่าว เป็นการโดดเดี่ยวอิหร่านทางการเงิน ทำให้ไม่สามารถนำเงินเข้าหรือออกจากอิหร่านได้ โดยผ่านทางช่องทางธนาคาร ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ EU ได้ประกาศคว่ำบาตรไม่ซื้อน้ำมันจากอิหร่านไปแล้ว นอกจากนี้ ทางสหรัฐฯได้ออกกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินฉบับใหม่ ซึ่งมีผลทำให้ธนาคารต่างๆไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับอิหร่านได้ 

อาจจะเป็นด้วยมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของอิหร่าน จึงทำให้อิหร่านเปลี่ยนท่าทีประนีประนอมมากขึ้น โดยอิหร่านประกาศว่า พร้อมจะเจรจากับสมาชิกถาวรทั้ง 5 (+ เยอรมนี) ในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ แต่ยังไม่ได้มีการกำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการเจรจาดังกล่าว 

กล่าวโดยสรุป ขณะนี้ จึงคงต้องมีการติดตามกันต่อว่า มาตรการคว่ำบาตรจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ในการบีบให้อิหร่านกลับมาเจรจาในเรื่องนี้อีกครั้ง และอิหร่านจะยอมให้ IAEA เข้าไปตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านหรือไม่ หากมาตรการคว่ำบาตรไม่ประสบความสำเร็จ แนวโน้มของสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ก็คงจะเพิ่มมากขึ้น

 

 

  จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
guRu Books คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร    
guRu Food & Health   คุณพล ตัณฑเสถียร     คุณพล ตัณฑเสถียร    
guRu Movie     คุณยุทธนา งามเลิศ        
guRu Music  
คุณนรเศรษฐ หมัดคง        
guRu News   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์ คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์
guRu Shopping คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา
guRu Sport คุณนิหน่า   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์     คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์  
คุณป๋อง กพล
guRu Travel   คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์   คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์ คุณชวิดา วาทินชัย คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์  
View 251


Comments