• ข่าวทั้งหมด
    27533
  • views ทั้งหมด
    1426404
  • guru ทั้งหมด
    121
ลูกใจแตก ต้องแลกด้วยหัวใจ

หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวว่า “เป็นพ่อแม่สมัยนี้มีแต่เรื่องปวดหัว” หรือ “เลื้ยงลูกสมัยนี้ยากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด” หรือ “เด็กสมัยนี้มีแต่พวกแย่ๆ” เพราะคำว่า “สมัยนี้” นี่แหละที่ทำให้เกิดเป็นปัญหา เพราะมันเป็นเวลาที่ทุกอย่างรอบตัวดูช่างวุ่นวายและน่ากลัว ทั้งสิ่งแวดล้อม ผู้คน เทคโนโลยีและอบายมุขต่างๆ



แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ทุกคนที่จะต้องนำพาลูกกลับมามีชีวิตที่สดใสและสวยงามอีกครั้ง และวิธีที่จะแก้ปัญหาลูกใจแตกให้ได้ผลต้องเริ่มจากการหาสาเหตุของปัญหาเสียก่อนจึงค่อยแก้ไข ซึ่งปัญหาที่ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กใจแตกอาจเกิดจากสาเหตุ ดังนี้

1.ครอบครัว เป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของลูกมากที่สุด ซึ่งเรามักจะบอกว่าเด็กจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่พ่อแม่และครอบครัว ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงต้องพิจารณาจากตัวเองเป็นสำคัญก่อนว่าครอบครัวของเราหรือการเลี้ยงดูของเรามีความบกพร่องหรือผิดพลาดตรงไหนหรือไม่ หากพิจารณาแล้วว่าเราเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งมีการกระทำที่ดี มีความรับผิดชอบที่ดี รักและเอาใจใส่ ดูแลและทนุถนอมลูกและครอบครัวเป็นอย่างดีแล้ว ปัญหาก็ไม่น่าจะเกิดจากครอบครัว แต่ในบางกรณีอาจเป็นไปได้ว่าลูกไม่ดีเท่าพ่อแม่ ก็อาจเกิดความกดดัน เป็นปม บางคนโดนล้อว่าเป็นเด็กถูกเก็บมาเลี้ยงเพราะไม่ดีหรือไม่เก่งเหมือนพ่อแม่ ก็ทำให้เป็นปัญหาได้เช่นกัน

2.สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นละแวกชุมชนที่อาศัย สภาพสังคมที่เสื่อมทรามหรือผู้คนขาดคุณธรรม ล้วนเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ลูกใจแตกได้ทั้งสิ้น เด็กบางคนอยู่ในครอบครัวดี แต่อยู่ในละแวกชุมชนที่มีแต่อบายมุขเช่น บ้านอยู่ใกล้บ่อนการพนัน ใกล้สถานบันเทิงเริงรมย์ เมื่อเด็กพบเห็นสิ่งเหล่านี้ทุกวี่วันก็อาจอยากริลองดูบ้าง หรือสภาพสังคมที่ผู้คนขาดไร้คุณธรรม เช่น ท้องก่อนวัยอันควรแล้วทำแท้ง เด็กก็อาจซึมซับพฤติกรรมเหล่านี้ได้

3.เพื่อน หากลูกคบหากับเพื่อนที่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น คบหากับเพื่อนที่ติดยา ติดเหล้า ติดการพนัน แก๊งค์ล่าแต้ม แก๊งค์ขี้ขโมย แก๊งค์ชอบวิวาทยกพวกตีกัน ก็อาจส่งผลให้ลูกกลายเป็นเช่นนั้นเช่นกัน เพราะสำหรับลูกตั้งแต่วัยเริ่มรุ่นเป็นต้นไป เพื่อนถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดเพราะเป็นวัยที่ต้องการการยอมรับจากผู้อื่นและต้องการความท้าทายเพื่อพิสูจน์ความเจ๋งของตนเอง ดังนั้นก็จะทำตามเพื่อนเพื่อให้เป็นที่ยอมรับจากเพื่อนนั่นเอง

4.เทคโนโลยีและสื่อต่างๆ เป็นสิ่งที่ใกล้ชิดกับคนเรามากขึ้นทุกวัน เด็กแทบทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ เล่นอินเทอร์เนตเป็นทั้งโปรแกรมแชท เกมออนไลน์และเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็นสื่อที่อาจพาลูกหลงไปในทางที่ผิดได้ บางคนแชทหาแฟน ดูเว็บไซต์ลามก เล่นเกมรุนแรงทั้งวันทั้งคืน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อพฤติกรรมของลูกในทางลบทั้งสิ้น คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยดูแลสอดส่องให้ลูกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์เพื่อป้องกันพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของลูก

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทราบแล้วว่าสาเหตุที่ทำให้ลูกใจแตกคืออะไร ต่อไปคือการแก้ไขพฤติกรรมของลูกให้กลับมาเป็นเด็กที่ดีตามเดิม ซึ่งมีวิธีและขั้นตอน ดังนี้

1.ตั้งสติ ใจเย็นๆ คุณพ่อคุณแม่บางคนเมื่อรู้ว่าลูกกลายเป็นเด็กใจแตกทำตัวไม่ดี ก็โวยวาย ดุด่า อาละวาดลูกสารพัด หารู้ไม่ว่านี่ยิ่งเป็นการโหมไฟให้รุนแรงขึ้นอีก ดังนั้น สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือตั้งสติ รับรู้ปัญหาด้วยใจสงบ และค่อยๆคิดหาทางออก โดยย้ำกับตนเองว่าปัญหาทุกปัญหาแก้ไขได้ถ้าเรามีสติ เพราะสติทำให้เกิดปัญญา และปัญญาคือแสงสว่างของการแก้ปัญหา

2.ให้ลูกทบทวนและยอมรับในความผิดของตนเอง แม้อาจจะดูยากสำหรับเด็กบางคนที่จะยอมรับความผิด แต่การจะแก้ปัญหาได้คือการยอมรับปัญหานั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ลูกทบทวนการกระทำของตนเองและพูดถึงสิ่งที่ตนทำไม่ดีว่ามีอะไรบ้าง โดยคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องชี้นำหรือบอกลักษณะความผิดของลูก เพื่อลูกจะได้รู้ถึงความผิดของตนเองอย่างลึกซึ้ง เว้นแต่ว่าลูกยังเล็กยังไม่เข้าใจความผิดของตนคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถบอกถึงปัญหาของลูกได้

3.แก้ไขทีละปัญหา แม้ลูกจะทำไม่ดีหลายอย่างหรือใจแตกหลายเรื่อง แต่การแก้ปัญหาที่ดีควรทำทีละเรื่องไป อย่าแก้ปัญหาทุกอย่างในคราวเดียวกันเพราะยากที่จะได้ผล เพราะลูกจะรู้สึกกดดัน ท้อแท้ เหมือนคนสิ้นท่า เพราะอะไรๆก็เป็นความผิดไปหมด การแก้ไขปัญหาทีละอย่างจึงทำให้ผ่อนคลายจากความกดดันได้มากกว่าและลูกจะไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก เมื่อแก้ไขปัญหาหนึ่งได้แล้วค่อยแก้ไขปัญหาต่อไป และทางที่ดีควรจัดลำดับความสำคัญของปัญหาด้วยว่าปัญหาใดเป็นปัญหาใหญ่หรือส่งผลเสียต่อลูกมากกว่าก็ควรแก้ปัญหานั้นก่อน เช่น ลูกติดยาและมีพฤติกรรมรุนแรงชอบทำลายสิ่งของโดยติดมาจากเกม ก็ควรแก้ปัญหาลูกติดยาก่อนเพราะมีผลเสียแก่สุขภาพของลูกมากกว่า

4.ร่วมด้วยช่วยกันด้วยใจมุ่งมั่น คุณพ่อคุณแม่และลูก ต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา อย่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง พ่อแม่บางคนบอกว่า แกสร้าง (ปัญหา)เอง แกก็แก้(ปัญหา)เอาเอง หรือ เธอเป็นแม่มัน เธอก็ช่วยมันแก้ปัญหาก็แล้วกัน ฉันไม่เกี่ยว แบบนี้มีแต่จะทำให้ปัญหาลุกลามมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ หากมีเหตุต้องสะดุดกลางทาง เช่น ท้อแท้ว่าใช้เวลาตั้งนานแล้วทำไมไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น ก็ต้องเป็นแรงหนุนใจให้แก่กันและกัน อย่าทิ้งปัญหากลางทางแต่ให้ร่วมมือกัน พูดคุย ปรึกษา ปรับเปลี่ยนวิธีการ แล้วจะพบความสำเร็จแน่นอน

5.ชื่นชมยินดีในความสำเร็จ เมื่อแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องแสดงความเมตตาแก่ลูก โดยการชมเชย ชื่นชมและให้กำลังใจในความเข้มแข็ง พยายามและอดทนแก้ปัญหาของลูก เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะน่าชื่นใจไปกว่าลูกที่หลงหายไปในทางที่ผิดได้กลับคืนมาเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่อีกครั้งหนึ่ง


พ่อแม่ให้อภัย ช่วยกันแก้ไข และให้โอกาส เพื่อให้ได้ลูกรักกลับมาค่ะ


ถักรัก ทอสายใย เชื่อมหัวใจในครอบครัวกับ http://family.truelife.com


ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ โดย ดร.แพง ชินพงศ์

  จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
guRu Books คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร คุณตุ๊กตา นภัสสร    
guRu Food & Health   คุณพล ตัณฑเสถียร     คุณพล ตัณฑเสถียร    
guRu Movie     คุณยุทธนา งามเลิศ        
guRu Music  
คุณนรเศรษฐ หมัดคง        
guRu News   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์ คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์
guRu Shopping คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา   คุณพีรญา ป้อมอาษา
guRu Sport คุณนิหน่า   คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์     คุณพีระพงษ์ เตชะทัตตานนท์  
คุณป๋อง กพล
guRu Travel   คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์   คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์ คุณชวิดา วาทินชัย คุณวรศักดิ์ จรุงรัตนาพงศ์  
View 348


Comments