เปิดไฟ ปลอดภัยกว่า

คอลัมน์ The Garage

ตอน เปิดไฟ ปลอดภัยกว่า

โดย พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ

กว่าที่ประเทศไทยของเราจะมีกฎหมายจราจรเพื่อความปลอดภัยออกมาได้แต่ละครั้ง ต้องผ่านการถกเถียงกันอย่างแทบจะไม่รู้จบสิ้น เพราะเรามักจะไม่ค่อยรณรงค์ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนโดยรวม ส่วนใหญ่นึกจะออกกฎอะไรก็ออกกันตามอำเภอใจ แถมส่วนใหญ่เมื่อออกเป็นข้อบังคับแล้วกลับละเลยไม่บังคับใช้จริงจังเสียอีก จึงทำให้คนยกมาอ้างทุกครั้งว่าจะออกกฎหมายไปทำไมกัน เพราะออกไปแล้วก็ไร้ประโยชน์เนื่องจากไม่มีคนปฏิบัติตามกฎหมายนั้นๆ

ทำให้การออกกฎหมายบางครั้งต้องไปใช้วิธีการบังคับทางอ้อมจากต้นตอการผลิต เช่นกฎหมายว่าด้วยการบังคับให้รถจักรยานยนต์ทุกคันต้องเปิดไฟหน้าเมื่อขับขี่ กว่าจะออกมาบังคับใช้ได้ก็ต้องผ่านการวิจารณ์รอบด้าน เพราะผู้ที่ต้องการออกกฎหมายมีความเห็นว่า รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่มีขนาดเล็กแต่สามารถใช้ความเร็วได้สูงมาก เมื่อเทียบกับพาหนะอื่นที่ร่วมถนนด้วยกัน จึงอาจจะเกิดอันตรายจากที่พาหนะอื่นๆ หรือผู้คนที่ใช้ถนนมองไม่เห็นรถจักรยานยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ได้   

การบังคับให้รถจักรยานยนต์ทุกคันต้องเปิดไฟหน้าขึ้นมา จึงเท่ากับทำให้ถูกมองเห็นได้ง่ายขึ้น หรือเท่ากับเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุสำหรับตัวจักรยานยนต์เอง แต่ในช่วงนั้นก็กลับมีกระแสออกมาต่อต้านด้วยเหตุผลว่า จะทำให้ระบบผลิตกระแสไฟและหลอดไฟ มีอายุการใช้งานสั้นลงบ้าง หรืออ้างกันว่าจะทำให้มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นบ้าง ท้ายที่สุดเมื่อกฎหมายดังกล่าวถูกบังคับใช้ออกมา ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์จึงให้ความร่วมมือด้วยการติดตั้งระบบอัตโนมัติให้ไฟหน้าติดขึ้นมาทุกครั้งที่เครื่องยนต์ทำงาน เป็นการตัดปัญหาที่ต้องมากังวลว่าผู้ขี่รถจักรยานยนต์จะเปิดไฟหน้าหรือไม่

ปัจจุบันนี้ประเทศทางแถบยุโรปหลายประเทศ เริ่มออกกฎหมายบังคับให้รถยนต์ทุกคันที่วิ่งบนท้องถนนต้องเปิดไฟหน้าตลอดเวลา เพราะจากสถิติพบว่าอุบัติเหตุที่เกิดจากการมองไม่เห็นรถยนต์มีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวที่มีหมอกหรือมีอากาศขมุกขมัว หรือในฤดูฝนที่มีฝนตกจนทำให้ทัศนวิสัยต่ำลงกว่าปรกติ

ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ๆ ที่แม้จะติดตั้งระบบเปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อแสงภายนอกต่ำลงในรถของตนเองอยู่แล้ว   ก็ยังต้องเพิ่มระบบการติดตั้งไฟแบบที่เรียกว่า “เดย์ ไลท์” ซึ่งมีแสงขาวสว่างมองเห็นได้ชัดเจน แม้ในระยะไกลเพราะใช้หลอดไฟแบบ LED โดยให้เปิดทำงานทันทีที่เปิดสวิทช์กุญแจหรือเมื่อเครื่องยนต์ทำงาน

ในประเทศไทยมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ติดตั้งไฟเดย์ไลท์วิ่งอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเก๋งชั้นดีราคาแพงจากยุโรป และเริ่มเห็นเจ้าของรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถกระบะ ทำการติดตั้งไฟเดย์ไลท์เพิ่มไปที่รถของตนเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าของรถเหล่านั้นเห็นว่าทำให้รถมีความสวยงามขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าของรถรับรู้ถึงข้อดีของการที่รถของตัวเองถูกมองเห็นได้ชัดเจนและง่ายขึ้น

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งไฟเดย์ไลท์ด้วยเหตุผลใดก็ตาม อย่างน้อยก็แสดงว่าผู้คนในสังคมตอบรับการเปิดไฟหน้าในขณะขับรถมากขึ้น จึงควรที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะได้ถือโอกาสตีเหล็กเมื่อกำลังร้อน ออกกฎหมายบังคับใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่เกิดจากการมองไม่เห็นกันและกันลงไปบ้าง

ในส่วนของผู้ขับรถยนต์ที่แม้จะยังไม่มีกฎหมาย หรือยังไม่ได้ติดตั้งระบบเปิดไฟหน้าอัตโนมัติหรือไม่ได้ติดตั้งไฟเดย์ไลท์ ข้อแนะนำสำหรับการขับรถเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ตัวเองมากขึ้นก็คือ จงเปิดไฟหน้าที่เป็นไฟต่ำทุกครั้งที่ขับรถ     โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ทัศนวิสัยไม่ดี เช่น ในขณะฝนตก, ในขณะเวลาโพล้เพล้ใกล้สว่างหรือใกล้ค่ำ ในขณะที่ขับรถในอาคารจอดรถที่มีแสงสว่างน้อย และในขณะขับรถอยู่ในอุโมงค์เป็นต้น  

อย่าไปกลัวว่าจะทำให้มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น เพราะแค่เปิดไฟเพิ่มมาอีกสองสามดวง ไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด และอย่าไปกลัวว่าจะทำให้อายุการใช้งานของหลอดไฟสั้นลง   โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟประเภทซีนอน  เพราะไฟชนิดดังกล่าวนับอายุการใช้งานจากจำนวนครั้งที่เปิดใช้ ไม่ได้นับอายุจากชั่วโมงทำงานแต่อย่างใดครับ

   

 

View 586