“พระจันทร์สีน้ำเงิน” นวนิยายความผูกพันธ์ของแม่ลูกและชีวิตของครอบครัว

“พระจันทร์สีน้ำเงิน”

นวนิยายความผูกพันธ์ของแม่ลูกและชีวิตของครอบครัว

 


“นันทขว้าง หรือ สุคนธา” หรือที่กลายมาเป็นภาพยนตร์ในชื่อเรื่องว่า “เรื่องของน้ำพุ” อันโด่งดังนั้น คุณสุวรรณี สุคนธา เขียนงานวรรณกรรมชิ้นนี้โดยได้ดัดแปลงจากหนังสือที่พิมพ์แจกในงานศพของ “น้ำพุ” บุตรชายสุดที่รักของเธอเพียงคนเดียวเอง ด้วยการนำเอาจดหมายทั้ง ๑๐ ฉบับของ “น้ำพุ” ที่เขียนมาถึง “แม่”ในช่วงระหว่างที่เขาไปรับการถอนพิษยาที่ สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก จ.สระบุรี

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย ยุทธนา มุกดาสนิท ออกฉายราวๆ กลางปี ๒๕๒๗  อำพล ลำพูน รับบทเป็น “น้ำพุ” ภัทราวดี มีชูธน รับบทเป็น สุวรรณี สุคนธา  มี “แก้ว” เพื่อนหญิงวัยน่ารักของน้ำพุ รับบทโดย วรรษมน วัฒโรดม

คงไม่ต้องกล่าวให้เยิ่นเย้อไปกว่านี้ว่า เมื่อเป็นภาพยนตร์แล้วจะได้รับความนิยมมากมายเพียงใด ในเมื่อทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศต่างแน่นขนัดไปด้วยผู้ชมที่ต่างก็อยากเข้าไปชมภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากชีวิตจริงๆ ของครอบครัวๆ หนึ่งที่เอาชีวิตของคนทั้งครอบครัวมาเป็นตัวอย่างและถ่ายทอดออกมาเป็นวรรณกรรมและภาพยนตร์ได้อย่างซาบซึ้งอารมณ์จนเป็นที่กล่าวขานกันมากที่สุดแห่งยุค

เป็นความประทับใจที่ไม่รู้เลือน...

ในเรื่อง “พระจันทร์สีน้ำเงิน”ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องความผูกพันธ์ระหว่างแม่กับลูกแทบทั้งสิ้น แม้จะมีเรื่องความรักความใคร่ของแม่กับแฟนใหม่มาปะปนบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก เมื่อต้องอยู่เลี้ยงลูก ๔ คนที่กำลังโตและเรียนหนังสือแต่เพียงลำพัง

“แม่”ได้แต่งเรื่องของ “น้ำพุ” ใน “พระจันทร์สีน้ำเงิน”โดยสมมุติชื่อให้ว่าชื่อ “รอม”

“เป็นความผิดของแม่เอง แม่เคยว่าอย่างนั้น จะโทษอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น อย่างความจน ความต้องการเงิน ก็ไม่สามารถเอามาอ้างได้ว่าที่ต้องเขียนวิธีนี้เพราะไม่มีเงิน เรื่องจริงแล้วมันต้องยอมอดเพื่อจะทำงานให้ได้ดีที่สุด”

“รอม”เห็นแม่นั่งเขียนหนังสืออยู่ข้างๆ มุ้งในตอนกลางคืนแทบทุกคืน.....

“แม่จะเป็นนักเขียนคนแรกที่เขียนหนังสือโดยไม่มีโต๊ะ”

หรือบทที่แม่เขียนถึงลูก........

“เราออกจากบ้านเช้ากว่าทุกวัน เพราะเป็นวันที่รอมจะต้องขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนเอง บางหนรอมก้อยากเป็นอิสระ แต่บางครั้งก็เบื่อและนึกอยากให้แม่ขับรถไปส่งถึงประตูโรงเรียน หรือจะขับเข้าไปข้างในเลยก็ยิ่งดี เพื่อนๆ จะได้รู้กันว่า รอมไม่ใช่คนยากจน รถก็มี อีกทั้งมีแม่ที่รักและเอาใจใส่รอม ถึงจะห่างพ่อก็ตาม”

แม้ทุกอย่างที่ลูกต้องการให้มีเหมือนเพื่อน แม่ก็สรรหามาให้ เพื่อไม่ให้ลูกน้อยหน้าไปกว่าคนอื่นๆ ในภาพยนตร์ “เรื่องของน้ำพุ” ถ้าหากยังจำกันได้ดี คุณภัทราวดี ชวนลูกๆ หัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อเห็นข้าวของที่เธอสรรหามาไว้ในบ้านด้วยความสามารถของเธอว่า

“อะไรๆ ก็ผ่อน ผ่อนไอ้โน้น ผ่อนไอ้นี่....ชีวิตเงินผ่อน” แล้วลูกทุกคนก็วาดฝันให้แม่ฟังทีละคน แล้วแม่ก็เข้าครัวไปทำกับข้าวให้ลูกๆ ทาน

แต่น้ำพุก็เริ่มดูดบุหรี่แล้ว ณ แต่บัดนี้..........!

ในสมัยนั้น “น้ำพุ” หรือ “วงศ์เมือง นันทขว้าง” เด็กหนุ่มผู้แสนจะอ่อนไหว และ “แม่”ผู้กล้าแกร่ง ยากจะทานทนความเชี่ยวกรากของกระแสสังคมในสมัยนั้นได้ ซึ่งแตกต่างจากสมัยนี้เป็นอย่างมาก ที่เราสามารถพบเห็นชีวิตแบบเดียวกันกับ “น้ำพุ”ได้มากมาย

แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้เรียนรู้อะไรจาก “เรื่องของน้ำพุ”นั้นเลย

ขอยกย่อง “ความเป็นแม่” ของ สุวรรณี สุคนธา และความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว ซึ่งยังมีชีวิตกันอยู่ ไว้ ณ ที่นี่  ที่ได้สร้างเรื่องราวของตนเองไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจแก่เพื่อนไทยด้วยกัน

ดังที่เราได้อ่าน ได้เห็นในงานวรรณกรรมและภาพยนตร์หรือในละครก็ตาม

ตัดทอนข้อความมาจาก http://www.oknation.net/blog/nn1234/2010/08/12/entry-1

 

View 1065